1.       ชื่อโครงการ โครงการพัฒนาระบบการนิเทศภายในเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการจัดกระบวนการเรียนรู้     ช่วงชั้นที่  1 และ  2   ของครูแกนนำในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม  เขต 1

2.       ลักษณะของโครงการ

2.1    เป็นโครงการต่อเนื่องระยะ 4 ปี (ปีงบประมาณ 2549 – 2552) ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ 2 และ 3ที่เน้นการปฏิรูปการศึกษา บุคลากร และกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมแหล่งเรียนรู้ วิจัย และนวัตกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบ       บูรณาการ อันประกอบด้วย

·       การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาผู้เรียน

·       การเพิ่มและพัฒนาศักยภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา

·       การพัฒนาการเรียนการสอนวิชาคณิศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

·       การส่งเสริมการรักการอ่าน

2.2    เป็นโครงการต่อเนื่องที่ประกอบด้วยโครงการย่อย จำนวน 4 โครงการ ดังนี้

2.2.1           โครงการวิจัยเพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544  ของครูแกนนำในระดับช่วงชั้นที่ 1 และ 2  (ปีงบประมาณ 2549)

2.2.2           โครงการผลิตสื่อ และนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษของครูแกนนำ รวมถึงการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา ในระดับช่วงชั้นที่1 และ 2  (ปีงบประมาณ  2550)

2.2.3           โครงการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ของครูแกนนำวิชาคณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษใน ระดับช่วงชั้นที่ 1 และ 2  (ปีงบประมาณ 2551-2552)

2.2.4           โครงการติดตามและประเมินผลการพัฒนาศักยภาพครูแกนนำวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในระดับช่วงชั้นที่ 1 และ 2  (ปีงบประมาณ 2552)

3         หน่วยงานที่รับผิดชอบ กลุ่มงานนิเทศ ติดตามและประเมินผลระบบบริหาร และการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1

4         หลักการ และเหตุผล

การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบันล้วนได้รับอิทธิพลอย่างต่อเนื่องจากวิวัฒนาการที่เรียกว่า ‘โลกาภิวัตน์’  (Globalisation) ซึ่งเมื่อผสมผสานกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ก็ยิ่งทำให้การติดต่อสื่อสาร ทั่วโลก สามารถกระทำได้อย่างสะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ในชีวิตประจำวันของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ การจับจ่ายซื้อของ การทำธุรกรรมเกี่ยวกับธนาคาร การท่องเที่ยว หรือการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการ มองหาช่องทางในการเพิ่มศักยภาพของปัจเจกบุคคลในทุก ด้านให้สูงขึ้น

 การศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทุกประเทศใช้ในการพัฒนาทักษะ และความรู้ความสามารถของประชาชนให้ก้าวเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก และยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของสังคมนั้น ๆ ในอนาคตอีกด้วย (NSBA, 2004) แต่นั่นย่อมหมายความว่า ระบบการศึกษา รวมถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการสอน และความคิดความเชื่อทางด้านการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนภายในห้องเรียนจะต้องปรับเปลี่ยนไปให้มีความสอดคล้องเหมาะสมตามสภาพการณ์ด้วย ประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษา  ในปี พ.ศ. 2540  โดยที่พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ระบุว่าผู้เรียนเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในกระบวนการจัดการเรียนรู้ และยังได้กำหนดให้ใช้การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการจัด                การเรียนรู้ของผู้เรียนอีกด้วย สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาของประเทศจะประสบความสำเร็จ ได้ ก็ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวครูผู้สอน อันได้แก่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และความคิดความเชื่อในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญนั่นเอง

รายงานการวิจัยของเภาวิเศษ (Bhaowises, 2005) ระบุว่าการปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ภายในห้องเรียนจะประสบความสำเร็จได้ ก็ด้วยการสนับสนุนจากผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษาในด้านการพัฒนาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การวิจัยในชั้นเรียน การสอนแบบบูรณาการ และการใช้สื่อตามสภาพจริง ตลอดจนการสนับสนุนทางด้านการนิเทศเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาที่ครูต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ ผลการวิจัยของ   ศิรินันต์  ชื่นจิตกุลถาวร (2548) ระบุว่ากระบวนการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับผลการประเมินคุณภาพภายนอกด้านผู้เรียน ซึ่งหมายความว่า ถ้ามีการสนับสนุนการนิเทศ               การจัดการเรียนรู้ภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องจริงจังแล้ว ผลของการนิเทศย่อมช่วยส่งเสริมคุณภาพ             การจัดการเรียนรู้ของครู และส่งผลถึงประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผลของการวิจัยดังกล่าว (Bhaowises, 2005 และศิรินันต์ ชื่นจิตกุลถาวร, 2548) ก็ยังสะท้อนให้เห็นว่า ครูผู้สอนส่วนใหญ่ ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ตามความต้องการของหลักสูตรใหม่ที่เน้นการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การวิจัยในชั้นเรียน การสอนแบบบูรณาการ และการใช้สื่อประกอบการเรียนรู้ที่เป็นของจริง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานที่สำคัญของการประเมิน คุณภาพภายนอกของผู้เรียนที่ว่าด้วย มาตรฐานที่  4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์           มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์ และมาตรฐานที่ 5  ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร

จากความสำคัญของหลักการและเหตุผลดังกล่าว สำนักงานพื้นที่เขตการศึกษานครปฐม เขต 1 จึงได้กำหนดให้มีโครงการพัฒนาระบบการนิเทศภายในเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการจัดกระบวนการเรียนรู้   ช่วงชั้น ที่ 1 และ 2   ของครูแกนนำในรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม  เขต 1                     ในรูปแบบของโครงการต่อเนื่องขึ้น

5         วัตถุประสงค์ของโครงการ

5.1    เพื่อพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้ การศึกษาวิจัยเป็นเครื่องมือนำไปสู่การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูแกนนำวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษในช่วงชั้นที่ 1 และ 2 รวมทั้งพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ภายในโรงเรียนอย่างยั่งยืน

5.2    เพื่อสร้างเครื่องมือ และนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูแกนนำวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ในช่วงชั้นที่ 1 และ 2 และแหล่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา

5.3   เพื่อพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้ของครูแกนนำวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ             ในช่วงชั้นที่ 1 และ 2 ตลอดจนพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษาให้มีความหลากหลาย

5.4    เพื่อศึกษาความก้าวหน้าในการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้ของครูแกนนำในรายวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ รวมทั้งการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา

 

 

6         เป้าหมายการดำเนินโครงการ

6.1    เป้าหมายเชิงปริมาณ

6.1.1           โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 จำนวน 30 โรง ที่จัดการเรียนรู้ในช่วงชั้นที่  1 และ  2 และมีครูแกนนำ และครูเครือข่ายรายวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษทำการสอนอยู่

6.1.2           โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 ที่จัดการเรียนรู้ในช่วงชั้นที่  1 และ  2 และมีความประสงค์ที่จะพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ จำนวน 30 โรง

6.1.3           ครูแกนนำ และครูเครือข่ายที่จัดการเรียนรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษในช่วงชั้นที่ 1 และ 2 จำนวน 60 คน

6.2    เป้าหมายเชิงคุณภาพ

6.2.1           สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 มีเครื่องมือในการพัฒนาระบบ            การนิเทศภายในสถานศึกษาที่เป็นปัจจุบัน และสามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรใหม่

6.2.2           ศึกษานิเทศก์ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 มีสื่อ และนวัตกรรมที่ใช้ในการนิเทศการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สำหรับช่วงชั้นที่1 และ 2  และได้แนวทางในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา

6.2.3            สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 ได้ทราบถึงปัญหา และความต้องการของครูแกนนำและครูเครือข่ายที่จัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ รวมทั้งแนวทางในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษาที่ตรงตามข้อเท็จ จริง และสามารถจัดเตรียมแผนงาน โครงการเพื่อการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

7         งบประมาณในการดำเนินโครงการประจำปี 2549 จากงบประมาณดำเนินการ จำนวน 38,000 บาท ใช้วิธีเหมาจ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้

7.1    ค่ากระดาษถ่ายเอกสารขนาด เอ 4 (80 แกรม) จำนวน 4 รีม x 250 บาท           

คิดเป็นเงิน            1,000      บาท

7.2    ค่าจ้างถอดเทปแถบบันทึกเสียงบทสัมภาษณ์ครูแกนนำ                      คิดเป็นเงิน            4,000      บาท

7.3    ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ส่วนตัวในการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัย จำนวน 30 โรง x 2 เที่ยว ๆ ละ 200 บาท (เหมาจ่าย)                                                                                    คิดเป็นเงิน            12,000   บาท

7.4    ค่าจ้างการพิมพ์ต้นฉบับรายงานการวิจัย 400 หน้า x 15 บาท             คิดเป็นเงิน            6,000      บาท

7.5    ค่าจัดพิมพ์รายงานการวิจัย เพื่อการเผยแพร่ จำนวน 3 เรื่อง ๆ ละ50 เล่ม (ความหนาประมาณ 130 หน้า) แยกตามเนื้อหารายวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้งานวิจัย 3 เรื่อง x 50 เล่ม x 100 บาท                                         คิดเป็นเงิน            15,000   บาท

8         ผลที่คาดว่าจะได้รับในการดำเนินโครงการปี 2549

8.1    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 มีเครื่องมือในการพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษาที่สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรใหม่ และตรงตามความต้องการของผู้บริหารสถานศึกษา และครูแกนนำในระดับช่วงชั้นที่1 และ 2

8.2    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 มีเครื่องมือในการพัฒนาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษาที่เป็นปัจจุบัน และสามารถขยายผลต่อไปยังครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษในระดับช่วงชั้นต่อ ๆ ไป

8.3    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 สามารถพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษาได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปการศึกษา

9         เอกสารอ้างอิง

Bhaowises, C. (2005) Exploring the Implementation of Educational Change at Classroom Level: Views of EFL teachers in Thailand. PhD Thesis. Birmingham: The University of Birmingham.

National School Boards Association (NSBA) (2004) “Change and Society”, Leadership and Technology. The National School Boards Association's Institute for the Transfer of Technology to Education: Alexandria, Virginia. Available online at www.nsba.org/toolkit/chnsoc.htm/ accessed on May 12th, 2004.

ศิรินันต์ ชื่นจิตกุลถาวร (2548) รายงานการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติการนิเทศภายในของผู้บิหารศึกษา กับผลการประเมินคุณภาพภายนอกผู้เรียน. เอกสาร นป. 69/2548 กลุ่มงานนิเทศ ติดตาม และประเมินผลระบบบริหาร และการจัดการศึกษา สพท. นครปฐม เขต 1

ผู้เสนอโครงการ ฯ                                                                               ผู้ให้ความเห็นชอบ

            ...................................                                                                          .....................................

           (ดร. ฉัตรแก้ว เภาวิเศษ)                                                     (นายสนอง นุ่มรักแย้ม)

 

 

 

 

                                  

                                                                                (ลงชื่อ) ..................................................

                                                                                                ผู้อนุมัติโครงการ