
หลังจากที่ได้เขียนเรื่องเทคนิคการตั้งคำถามไปแล้ว
รู้สึกว่ามีคนให้ความสนใจกันมากมาย เลยต้องมาเขียนต่อเป็นตอนที่ 2 ก่อนอื่น
เราคงต้องมาทำความรู้จักกับคำว่า "การตั้งคำถาม" กันก่อน
อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วว่า การตั้งคำถามเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
ที่นำใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ตลอดเวลา ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ได้ กล่าวว่า
"การถามเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และการสอน
ช่วยให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาความคิดใหม่ ๆ กระบวนการถามจะช่วยขยายทักษะความคิด ทำความเข้าใจให้กระจ่างได้ข้อมูลป้อนกลับทั้งด้านการเรียนและการสอน
ก่อให้เกิดยุทธศาสตร์การทบทวน
เกิดความเชื่อมโยงระหว่างความคิดต่าง ๆ ส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็น และเกิดความท้าทาย"
และถ้าในห้องเรียนมีการตั้งคำถามที่ด
ี
ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากครูผู้สอน หรือ นักเรียน จะช่วยให้เกิดทักษะการคิดและช่วยสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทั้งแก่ผู้ถามและผู้ตอบ
และมีส่วนให้เกิดการอภิปรายถกเถียงที่ผ่านกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์
และช่วยสร้างเสริมนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิตอีกด้วย
สำหรับประเภทของคำถาม
ดร. วัฒนา ระงับทุกข์ ได้จำแนกประเภทไว้ ดังนี้
1. คำถามระดับต่ำ และคำถามระดับสูง
คำถามระดับต่ำ เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบระดับความจำของข้อมูล หรือเรียกได้ว่าเป็นคำถามที่ต้องการวัดความจำ
ใช้ในการทบทวนความรู้พื้นฐานหรือมโนทัศน์
คำถามระดับสูง เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบระดับการแปลผล การนำไปใช้ การวิเคาะห์
สังเคราะห์ ประเมินค่า หรือเรียกได้ว่าเป็นคำถามที่ต้องการวัดความคิด
ช่วยพัฒนาผู้เรียนในด้านของทักษะการคิดและการให้เหตุผล
2.
คำถามเกี่ยวกับผล กระบวนการ และความคิดเห็น
คำถามเกี่ยวผล เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบในรูปของการสรุปผลขั้นสุดท้าย
คำถามเกี่ยวกับกระบวนการ เป็นคำถามที่ต้องการให้ผู้เรียนอธิบายถึงวิธีการ
การดำเนเนการหรือขั้นตอนที่นำไปสู่ผลขั้นสุดท้าย
คำถามเกี่ยวกับความคิดเห็น
เป็นคำถามที่ต้องการให้ผู้เรียนแสดงความเห็น ตัดสินใจ หรือประเมินสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
3. คำถามแบบปิดและแบบเปิด
คำถามแบบปิด
เป็นคำถามที่มีคำตอบเดียวมักใช้กับข้อมูลที่เป็นความจำ
คำถามแบบเปิด เป็นคำถามที่ให้คำตอบได้หลายอย่าง ใช้เพื่อการสร้างข้อมูล เพื่อให้เกิดการตอบสนองเฉพาะตัว
และนำไปสู่การอภิปรายและการถามในชั้นต่อไป
การนำการตั้งคำถามไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนประกอบด้วยเทคนิค
ดังนี้
1. ควรเริ่มต้นตั้งคำถามในระดับความจำ
หรือ ความเข้าใจ (คำถามระดับต่ำ) ที่ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถตอบได้อย่างถูกต้องก่อน
เมื่อผู้เรียนตอบถูก ครูควรแสดงความชื่นชมทันท ี ด้วยคำพูด หรือใช้ภาษาท่าทาง เช่น
พยักหน้า ยิ้มให ้ สัมผัส หรือเดินเข้าไปหาผู้ที่ตอบถูกก่อนที่จะเริ่มคำถามในระดับที่
ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ครูควรใจเย็น ในกรณีที่นักเรียนตอบช้า หรือตอบไม่ได้ ไม่ควรดุหรือตำหนิผู้เรียนที่ตอบคำถามไม่ถูกต้อง
หรือตอบไม่ตรงประเด็น เนื่องจากการตำหนิดังกล่าว จะทำให้เกิดความอับอาย และส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจตามมา
ในกรณีเช่นนี้ครูควรเปลี่ยคำถามใหม่ให้ง่ายขึ้น
2.
เมื่อผู้เรียนประสบความยากลำบากในการตอบคำถาม ครูผู้สอนควรช่วยผู้เรียนให้ตอบได้
โดยอาจใช้วิธีการดังต่อไปนี้
หยุดสักครู่ให้ผู้เรียนได้มีเวลาคิดหาคำตอบ
แนะคำตอบให้เล็กน้อย
ทวนคำถามซ้ำ
เลี่ยวิธีถามโดยใช้ถ้อยคำใหม่ที่เข้าใจง่ายขึ้น
ตั้งคำถามเพิ่มเติม
กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งสมมติฐานหรือทายคำตอบ
ลดระดับคำถามที่อาจยากเกินไปลง
3. ถามให้ทั่วถึงทุกคน
แนวทางที่ดีที่สุด คือ การถามทั้งชั้นเรียน ผู้เรียนแต่ละคนควรเข้าใจว่า ตนเอง
ถูกคาดหวังให้ตอบคำถาม ผู้สอนไม่ควรแสดงสัญญาณ หรือ ท่าทีใด ๆ ว่า ผู้เรียนคนใด
ควรตอบคำถามนั้น ผู้เรียนจะร่วมมือในการเรียนเต็มที่ เมื่อรู้ว่าตนเองมีส่วนในการเรียนรู้สิ่งสำคัญคือ
ต้องทำให้ ผู้เรียนมีความตื่นตัวตลอดเวลา คำถามแต่ละคำถามควรให้ผู้เรียนที่มีความสนใจในชั้นเรียนเป็นผู้ตอบ
แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้ผู้เรียนคนใด คนหนึ่งผูกขาดการตอบคำถามอยู่เพียงคนเดียว
ครูควรพยายามป้อนคำถามให้กับผู้เรียนที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชั้นเรียนด้วย ในกรณีที่ไม่มีผู้เรียนคนใดตอบคำถาม
อาจลองเรียกชื่อเป็นรายบุคคลและถามผู้เรียนว่าต้องการตอบคำถามหรือไม่
4.
ควรเพิ่มระดับความยากของคำถามขึ้นตามลำดับ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาการคิดระดับวิเคราะห์ต่อไปได้
ครูจึงต้องพัฒนาการตั้งคำถามอย่างเป็นระบบ
5. สร้างบรรยายกาศส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนโดยการใช้ยุทธศาสตร์การตั้งคำถาม
เช่น
สร้างบรรยายกาศที่ผ่อนคลายในชั้นเรียนและกระตุ้นชั้นเรียนให้คึกคักด้วยการตั้งคำถาม
ครูพูดให้น้อยลงแต่ตั้งคำถามให้มากขึ้น
ตั้งคำถามที่ผู้เรียนสามารถใช้คำตอบแบบใช้ความคิดเห็นส่วนตัวให้มากขึ้น
ลดคำถามประเภทที่ตอบแค่ว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่"
หลีกเลี่ยงการตั้งคำถามหลายคำถามในเวลาเดียวกัน
อย่าปล่อยให้เกิดความเงียบในชั้นเรียน
ตั้งคำถามให้เหมาะสมกับวัยผู้เรียน
ตั้งคำถามให้หลากหลายที่เปิดโอกาสให้ค้นพบเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
ช่วยเด็กปรับปุรงทักษะการตั้งคำถาม
ประโยชน์ของการตั้งคำถาม
1. ผู้เรียนกับครูผู้สอนสื่อความหมายกันได้ดีขึ้น
2. ช่วยครูในการวางแผนการเรียนการสอน
ให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ครูสามารถกำหนดองค์ประกอบของงานที่มอบหมายให้ผู้เรียนปฏิบัติได้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้
3. สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน
และแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจของผู้เรียนเบื้องต้น
4.
ช่วยเน้นประเด็นสำคัญของสาระการเรียนรู้ที่เรียนและทบทวนสาระที่สำคัญในเรื่องที่เรียน
5. ช่วยครูในการประเมินผลการเรียนการสอน
เข้าใจความสนใจที่แท้จริงของผู้เรียนและวินิจฉัยจุดแข็งจุดอ่อนของผู้เรียนได้
6. ช่วยสร้างลักษณะนิสัยของการชอบคิดให้กับผู้เรียน
ตลอดจนนิสัยใผ่รู้ใฝ่เรียนตลอดชีวิต
สำหรับเรื่องเทคนิคการตั้งคำถามคงขอจบเพียงเท่านี้
ถ้าอาจารย์ท่านใดสนใจ สามารถหาอ่านเพิ่มเติม ได้ จากหนังสือ เรื่อง
แผนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ของ ดร. วัฒนาพร ระงับทุกข์
ในบทความครั้งต่อไป จะมีตัวอย่างของคำถามมาให้ลองอ่านกันดูนะคะ
![]()
กลับหน้าหลัก



